ความยากลำบากของการตั้งชื่อหมา ภาค 2
posted on 20 Sep 2008 18:24 by petitepartyคราวที่แล้วเขียนถึงความยากในการตั้งชื่อจริงในใบเพ็ดดีกรีของน้องหมาไปแล้วคราวนี้ลองมาดูเรื่องการตั้งชื่อเล่นกันบ้าง
ในเอนทรี่ที่แล้วมีความคิดเห็นนึงที่บอกว่าตั้งชื่อหมาก็ลำบาก ต้องเปิดหนังสือตั้งเหมือนตั้งชื่อคนเลยเนอะ โอ้พระเจ้าจอร์จ มันช่างโดนใจเหลือเกิน เนื่องจากเราเป็นคนที่มีหนังสือตั้งชื่อหมาเอาไว้อ่านเล่นก่อนนอน *0*
เล่มแรก ซื้อตั้งกะ 10 กว่าปีที่แล้ว สมัยยังผูกคอซองอยู่เลย (หวายยย รู้กันหมดเลยว่าแก่) ตอนนี้เหลืองหมดแระ
แล้วก็เพิ่งซื้อไม่นานมานี้อีก 2 เล่ม ชื่อในหนังสือพวกนี้สนุกดี มักจะบอกว่าชื่อนี้เคยเป็นหมาของใครมาบ้าง หรือบางทีก็มีภาษาแปลกๆหรือคำที่คิดไม่ถึงเอามาตั้งเป็นชื่อหมาเหมือนกัน

อย่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีหนังสือตั้งชื่อแมวด้วย เพราะฉันคิดว่าการตั้งชื่อหมาด้วยชื่อที่ฟังดูแม๊ว แมว มันก็ตลกดี
นอกจากนี้จะตั้งชื่อหมาที ยังต้องเซิร์จเว็บ เปิดวิกิพีเดียเสียให้วุ่น บางทีฟังวิทยุ ดูทีวี เจอคำ วลี ประโยคไหนถูกใจ หรือคำไหนที่น่าจะเอามาตั้งเป็นชื่อหมาได้ เป็นต้องหยิบสมุดขึ้นมาจดทันที แต่เชื่อมั๊ยคะว่า ชื่อพวกนี้ไม่ว่าจะจากหนังสือ หรือสมุดเนมโน๊ต (ไม่ใช่เดธโน๊ตนะ) ของเรา ไม่เคยได้เอามาตั้งชื่อหมาจริงๆเลย - -"
ก็มันไม่เข้ากะบุคลิกนี่ ~><~
เพราะหลักการตั้งชื่อเล่นของหมาเราจะต้อง 1. เข้ากับบุคลิก 2. ไม่โหล ซึ่งอาจจะผิดจากหลักการตั้งชื่อหมาทั่วไป ที่มักจะให้นิยม 1- 2 พยางค์ ที่ลงท้ายด้วยเสียงยาวเที่เร้าใจ เช่นเสียงโท เสียงตรี ทำให้หมาที่บ้านเรามีชื่อที่ลงท้ายด้วยคำตาย หรือว่าเป็นเสียงสามัญเยอะมาก
ชื่อเล่นของหมาที่บ้านก็ใช้หลักการเกี่ยวเนื่องเหมือนกับชื่อจริงเหมือนกัน
เนื่องจากหมาตัวแรกของเรามีชื่อว่าโชหยุ (เพราะอะไรดูรูปเปรียบเทียบเอาเอง)
สมัยนั้น( ประมาณ 4 ปีที่แล้ว)รู้สึกว่าชื่อช่างเก๋ไก๋ไฮโซเหลือเกิน ไม่ซ้ำใครดีด้วย แต่เดี๋ยวนี้เจอหมาชื่อนี้อีกอย่างน้อย 3-4 ตัวแล้ว ซึ่งโชหยุนั้นหมายถึงซีอิ๊วญี่ปุ่น พอโชหยุมีลูก ก็เลยได้ชื่อว่า มิริน กับมิโสะ ที่หมายถึงน้ำส้มสำหรับทำอาหาร และเต้าเจี้ยว (ตอนแรกเกือบให้ชื่อซีอิ๊วกับน้ำปลาแล้ว) เพราะเป็นคอนเซ็ปท์เครื่องปรุงญี่ปุ่น ลูกคอกต่อมาของหยุได้ชื่อว่ามาเมะ ที่แปลว่าวถั่ว หรือใช้เรียกอะไรที่เล็กๆ (แต่ที่บ้านเรียกมาเมตัน คำว่าตันนั้นมาจากหนาหนักทึบตัน เพราะมาเมะเด็กๆอ้วนมากกกกกกกกกกกก) เป็นคอนเซ็ปท์ของบนโต๊ะอาหาร ถือว่าพอถูไถไปได้อยู่ ส่วนลูกมิโสะนั้นได้ชื่อว่ามิกังที่แปลว่าส้ม สำหรับลูกมิโสะคอกอื่นๆและลูกมิริน คิดว่าคงหมดมุกแล้ว ใครช่วยคิดได้จะเป็นพระคุณอย่างสูง แต่สำหรับลูกของมาเมตันนั้น ฉันคิดไว้แล้ว 2 ชื่อ ได้แก่โคเมะ ที่แปลว่าข้าว กับอุเมะ ที่แปลว่าบ๊วย ถ้าใครลอกไปนี่โกรธจริงด้วยนะเนี่ย เพราะไม่ชอบชื่อโหลๆ อิอิ
จริงๆเนื่องจากอาชีพการงานของเราเกี่ยวข้องกับการทำงานด้วยโปรแกรมโฟโต้ช็อปและอิลลัสเป็นส่วนมาก ทำให้เราเคยคิดที่จะตั้งชื่อหมาว่า พิกเซล กับ เวคเตอร์ แต่ว่าหมาที่ชื่อพิกเซลนี่ซื้อมาได้วันเดียวก็ป่วย แล้วก็ตายจากไป (ขนาดเราคิดว่าเราค่อนข้างโปรเรื่องการเลี้ยงหมาไม่ให้ตายพอสมควร) เลยไม่รู้เพราะว่าชื่อมันเล็กไปเปล่า ยิ่งเอามาตั้งกับชิวาวาเนี่ย มันอาจจะฟังดูแล้วทำให้ไม่ค่อยแข็งแรง (ขึ้นอยู่กับความเชื่อถือโชคลางส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ) ก็เลยยังไม่กล้าเอามาตั้งให้น้องหมาตัวไหนที่บ้านอีก
สรุปก็กลายเป็นว่า ชื่อจากหนังสือหรือเน็ตที่ค้นมาแทบตาย ไม่เคยได้เอามาใช้เลยซะงั้น ใช้แต่ชื่อคิดเอง (จะเสียเงินซื้อมาทำไมเนี่ย)
คิดว่าสาเหตุก็เพราะชื่อในหนังสือที่ซื้อมาทั้งหลาย ชื่อที่ถูกใจฉันมักจะเป็นชื่อที่เป็นเซ็ตแบบแปลกๆ
เช่นเล่มแรกฉันถูกใจชื่อหมาของไอน์สไตน์ 3 ตัว ที่ชื่อว่า I know, You know แล้วก็ Don't know มันช่างเท่โดนใจซะเหลือเกิน แต่เนื่องจากเป็นชื่อที่คงต้องใช้ความกล้ามากเวลาพาหมาไปหาหมอ จนแล้วจนรอดก็เลยยังไมได้เอามาตั้งซักที
หวังว่าคงมีซักวันที่ได้เอาชื่อพวกนี้มาตั้งเป็นชื่อหมาจริงๆ









ฉันรู้
คุณรู้
ไมรู้เว้ย~
ฮ่าๆ
#1 By คุณหนูเรื่อยเปื่อย on 2008-09-20 19:54